โดย: nighty เมื่อ: Thursday, May 17 2012 3:54 pm ในหมวด: Blogs,Reviews

ภาพยนตร์แนวฆาตกรรมสืบสวนของไทยเป็นของที่ไม่ได้เห็นกันง่าย ๆ เท่าไหร่นัก ประกอบหากเป็นมีเรื่องของจิตวิทยาเข้ามาแทรกด้วยแล้วก็ยิ่งเป็นของหายากมากขึ้นไปอีก สำหรับ คน-โลก-จิต แล้วหน้าหนังก็ถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่น่าสนใจที่เน้นเรื่องราวของจิตวิทยามากกว่าฉากฆาตกรรมที่โหดร้ายทารุณ แต่เมื่อเวลาในหนังผ่านไปกลับกลายเป็นว่าเปลือกนอกที่สวยงามของหนังมีเอาไว้เพียงเพื่อปกปิดข้างในอันบิดเบี้ยวของเรื่องไม่แพ้ตัวละคร

เริ่มขึ้นอย่างไม่มีการเสียเวลา หนังพาเราเข้าไปแนะนำกับตัวละครอย่าง เขื่อน นักจิตวิทยาชื่อดังที่เข้ามาช่วยเหลือในคดีฆาตกรรมสังหารโหด ณ จุดเกิดเหตุ หนังเล่าเรื่องชีวิตของเขื่อนไปเรื่อย ๆ เราเห็นได้ชัดว่าเขามีชีวิตที่สมบูรณ์ทั้งหน้าที่การงาน และในระหว่างที่เขื่อนกำลังทำหน้าที่เลคเชอร์วิชาในคาบมหาวิทยาลัย เขาก็ได้พบกับ กวาง หญิงสาวที่เขาเคยช่วยไว้เมื่อตอนเด็กอีกครั้ง พรอมกับการพบกับ คีย์ เพื่อนในสมัยเด็กก็ได้พบกัน เพียงแต่ว่าเขื่อนไม่เต็มใจที่จะพบเขาเสียเท่าไหร่ และในขณะคดีฆาตกรรมที่กำลังดำเนินไป การกลับมาพบกันของทั้งสามคนดูเหมือนจะก่อให้เกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดตามมา

REVIEW: คน โลก จิต บิดเบี้ยวอย่างวิปริต

เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นหนังแนวจิตวิทยาหรือสืบสวนสอบสวนแล้ว จุดแข็งแกร่งที่สุดที่หนังพึงมีก็คงจะไม่พ้นที่บท ยิ่งบทแข็งแรงเท่าไหร่หนังก็จะยิ่งแข็งแรงเท่านั้น แต่ในทางกลับกันเมื่อหนังเผยจุดอ่อนเมื่อไหร่ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะทวีเป็นจำนวนมากมายมหาศาล ซึ่งน่าเศร้าอย่างยิ่งว่าหนังเรื่องนี้ตกอยู่ในประเภทหลัง

นับตั้งแต่ทุกคำพูดที่ตัวละครในเรื่องพูดออกมา สามารถพูดได้เต็มปากว่ามันไม่ใช่คำพูดที่ควรจะออกมาจากปากมนุษยในบทสนทนาปกติได้เลย สิ่งเหล่านี้เป็นอะไรที่กระด้างต่อหนังตั้งแต่แรกและยิ่งพินาศเข้าไปใหญ่เมื่อมันเอ่ยปากมาจากเหล่านักแสดงที่เล่นได้ไม่อย่างน่าเชื่อถือเลยแม้แต่น้อย อันที่จริงมันอาจจะเป็นสิ่งที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกเพราะเมื่อเวลาผ่านไปทุกอย่างก็ดูเข้าที่เข้าทาง ผู้ชมเริ่มชินกับถ้อยคำรูปประโยคที่เหมือนหลุดออกมาจากบทบรรยายของนิยาย นักแสดงที่เล่นกันล้นจนเหมือนละครเวที บทสนทนาหรือเหตุการณ์อิหลักอิเหลื่อ จนสามารถมองในแง่ดีได้ว่าเป็นสิ่งที่ผู้กำกับต้องการและหนังต้องการจะสื่อว่าเหล่าบุคคลนี้จิตใจช่างผิดเพี้ยนไม่ปกติและกลายเป็นพลังที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง

แต่ว่าในหนังเรื่องนี้กลับมี “ของปกติ” เข้ามาเปรียบเทียบ อย่างเช่นการแสดงของ คุณ สุเชาว์ พงษ์วิไล ในบทพ่อหรือเหตุการณ์ที่พยายามจะสะท้อนความเป็นมนุษย์อันสมจริงในท้ายเรื่อง มันจึงกลายเป็นข้อเปรียบเทียบว่าสิ่งที่เราเห็นน่ะมันเป็นปัญหาอันร้ายแรงของหนัง

REVIEW: คน โลก จิต บิดเบี้ยวอย่างวิปริต

และประกอบกับการที่หนังพยายามจะโชว์จุดหักมุมของเรื่องตามกระแสนิยมที่เชื่อยิ่งหักมุมมากเท่าไหร่จะกลายเป็นหนังชั้นดีเท่านั้น แต่จุดหักมุมเหล่านั้นไม่ได้หักในแง่ของพล็อต แต่ยังหักในแง่ของความน่าเชื่อถือ ความน่าสนใจ หักสิ่งดี ๆ ทุก ๆ อย่างที่หนังสร้างขึ้นมาหรือคนดูรู้สึกดีด้วยอย่างง่ายดาย จนสุดท้ายมันเหมือนกับการเราดูการแสดงหนึ่งแล้วก็มีคนบนเวทีตะโกนบนเวทีตลอดเวลาว่า “จะหักแล้วน้า จะหักแล้วน้า ป๊อก!” ดังนั้นแทนที่การหักมุมของหนังจะสร้างความตื่นเต้นเร้าใจ มันกลับกลายเป็นว่าทำให้มันเป็นเรื่องน่าเบื่อ ซ้ำซาก จำเจ

นอกจากนั้นเมื่อหนังดำเนินเรื่องมาถึงท้ายเรื่องเราก็พบว่าทุกอย่างล้มกระจาย ระเนระนาด ไปหมดอย่างเกินเยียวยาแก้ไข เพราะความตั้งใจของหนังที่พยายามจะลากประเด็นกลับเข้ามาหาตีมหลักของเรื่องให้ได้ ซึ่งกลายเป็นว่าความตั้งใจนั้นส่งผลร้ายมากกว่าผลดี

ปัญหาถัดมาของหนังคือทุกอย่างในเรื่องนั้นเป็นอะไรที่ไม่สอดคล้องกันเลยแม้แต่น้อย ทั้งพล็อตหลัก (เรื่องของหมอเขื่อนและกวางกับคดีในอดีต) และพล็อตรองของเรื่อง (คดีฆาตกรรม เรื่องของคีย์) ตอนแรกดูเหมือนจะแยกจากกัน แต่สุดท้ายก็จับลากข้ามาผูกกันด้วยความพยายาม และมิหนำซ้ำในช่วงท้ายของเรื่องดูเหมือนหนังพยายามที่จะดันพล็อตรองให้กลายเป็นพล็อตหลัก มันจึงเป็นอะไรที่พิลึกอย่างบอกไม่ถูก

จะว่าไปแล้วความเป็นจิตวิทยาของเรื่องก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย จนเหมือนกับกลายเป็นว่าเป็นการเอาไว้สร้างฉากสวย ๆ มากกว่า อย่างเช่นฉากจิตหลอนของหมอเขื่อน ที่เหมือนจะมีจุดสำคัญแต่ในขณะเดียวกันมันก็กลายเป็นว่ามันเป็นสิ่งที่เฉลยหนังไปในตัวว่าตัวละครคนนี้รู้สึกผิดเรื่องอะไร ที่จริงมันคงไม่เลวร้ายอะไรมากหากหนังพยายามที่จะไปไกลให้มากกว่านั้น จนสุดท้ายกลายเป็นความดันทุรังที่เกินแก้ไข

หนังเองก็พยายามที่จะอธิบายทุกอย่างตลอดเวลา ทั้ง ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องอธิบายก็ได้ จนบ่อยครั้งมันเหมือนกับการฟังเลคเชอร์ในห้องเรียนและที่น่ากลุ้มก็คือเลคเชอร์นั้นดันไม่มีเนื้อหาออกในข้อสอบหรือถ้ามีออกก็น้อยมากจนสุดท้ายผู้ชมก็มีอะไรรกรุงรังอยู่ในหัวไปหมด และที่ร้ายกาจที่สุดคือปัญหาข้างต้นของทุกอย่างเป็นสิ่งที่ทับสะสมกันตั้งแต่เริ่มหนังและในที่สุดหนังก็พินาศพังทะลายในสายตาของผู้ชมขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะพังช่วงไหน

REVIEW: คน โลก จิต บิดเบี้ยวอย่างวิปริต

สิ่งที่พอจะกอบกู้หนังไม่ให้เลวร้ายไปมากกว่านี้ ก็คงจะเป็นการกำกับภาพและวิธีการเล่าเรื่องในหนัง หนังพยายามที่จะถือกล้องไม่นิ่งตลอดเวลาจนเรารู้ว่าจงใจมากกว่าจะโชว์ว่าเราถ่ายแบบ Hand-held อาจจะเพื่อจะสื่อให้เห็นถึงความบิดเบี้ยวของตัวละครอย่างไรก็แล้วแต่ รวมถึงการจัดฉากบางฉากโดยเลือกที่จะถ่ายตัวละครผ่านกระจกเงาหรือสิ่งของอื่น ๆ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความบิดเบี้ยวของตัวละคร การตัดภาพสลับไปมาทำให้หนังไม่น่าเบื่อ รวมถึงดนตรีประกอบในเรื่องที่เข้ากับความวิปลาสที่เกิดขึ้นในเนื้อเรื่องได้อย่างน่าประหลาด ทั้งหมดนี้ช่วยยกระดับของหนังได้เป็นได้มากกว่าหนังสั้นเด็กนักเรียนอยู่มากขึ้นโข

นัยของเรื่องนี้ก็น่าสนใจอยู่หลายอย่าง อย่างเช่น เขื่อน ที่พยายามจะปกปิดสร้างบุคลิคอันแสนงดงามขึ้นมาทุก ๆ เช้า แต่มันกลับปกปิดความเน่าเฟะข้างในไม่มิดจนกระทั่งแมลงวันฟักตัวอยู่ข้างใน นัยนะของผู้ล่าหรือเหยื่อ ที่บางครั้งเหยื่อกลายเป็นผู้ล่า ผู้ล่ากลายเป็นเหยื่อ แต่ทั้งหมดก็ไม่ได้ช่วยอะไรหนังมากนักนอกจากจะกลายเป็นสิ่งที่ตีกันเองจนทุกอย่างเละเทะกันไปหมด

จนเมื่อย้อนกลับมามองแล้ว ทำให้เรารู้สึกได้ว่า ที่จริงหนังเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ประเด็นจิตวิทยาเพื่อเล่าเรื่องให้สวยหรู เพราะสุดท้ายแล้วมันก็จบลงที่แค่เรื่องราวพลิกหักมุมเล่นไปมา โดยไม่ต้องพึ่งของพรรค์นั้นด้วยซ้ำ เพราะสุดท้ายแล้วทฤษฏีเรื่องราวเนื้อหาทางจิตวิทยาเหล่านี้ มันกลับกลายเป็นของประดับสวยหรูที่เอาไว้เป็นเหตุผลในการเพิ่มฉากให้หนังยาวขึ้นเท่านั้น

หมายเหตุ – ฉากที่ดีที่สุดของเรื่องนั้นคือฉากเปิดเรื่อง

สนับสนุน FilmZick.com ง่ายๆ ด้วยการบอกต่อเพื่อนๆ ของคุณผ่านทาง Social Network ที่คุณชื่นชอบ
  • Kanisorn Pringthongfoo

    ไม่น่าเชื่อเหมือนกัน ว่าเป็นหนังที่กำกับโดยนนทรีย์ เพิ่งไปดูมา เง้อ… ไม่กลมกล่อมอย่างแรง

  • http://www.facebook.com/tim3flies Mum Moo

    ชอบ หมายเหตุ มาก
    คือตอนฉากเปิดเรื่องมันดูโอเคสุดแล้วจริงๆ =__=

    ที่ชอบอีกอย่างคือ การแสดงของ คุณ สุเชาว์ พงษ์วิไล จริงๆ เป็นธรรมชาติสุดแล้วในเรื่อง

    แอบได้เจอตอนดูเสร็จด้วย >///< ดีใจ เค้าหันมารับไหว้

  • http://twitter.com/T3Thee ใครสักคน,คนทั่วไป

    ฉากเปิดเรื่อง ไม่รู้ทำไมอาจจะเพราะความไซโคกับเพลงประกอบที่ Contrast เพิ่มความวิปลาส ทำให้ผมคิดไปถึง สไตล์ของ David Fincher ที่เจอฉากเปิดเท่ๆใน TheGirlwithDragonTattoo ^^’