โดย: nighty เมื่อ: Wednesday, June 13 2012 6:41 pm ในหมวด: Blogs,Reviews

เรื่องราวที่ผ่านมาแล้วจากยุคสมัยหนึ่งมาอีกสมัยหนึ่งนั้นยังมีเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย เรื่องราวของอันธพาลเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ในยุคสมัยที่อันธพาลครองเมือง มีเรื่องราวมากมายกว่าที่เราคิด และเรื่องราวเหล่านั้นก็ได้รับการถ่ายทอดลงบนหนังเรื่องนี้ผ่านชายคนหนึ่งที่ชื่อว่า จ๊อด อันธพาลรุ่นเก๋าที่ต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงยุคสมัยและเรื่องราวมากมายที่มีมากกว่าที่เราเคยรู้

แต่เมื่อเปิดเรื่องขึ้นมาแล้วคงต้องยอมรับเลยว่าหนังเรื่องนี้เองก็ไม่ได้มีความต่อเนื่องเสียเลย ต้องยอมรับเลยว่าในช่วงครึ่งแรกของเรื่องนั้นเราไม่รู้เลยว่าหนังเรื่องนี้ต้องการที่จะเล่าเรื่องเกี่ยวกับอะไร มันเริ่มต้นขึ้นด้วยการแนะนำแวดวงของอันธพาลในวงกว้าง เล่าเรื่องของแดงกับจ๊อด เล่าโครงสร้างของแวดวงอันธพาล แต่ก็ยังกระโดดไปเล่าเรื่องของธงกับเปี๊ยกเด็กรุ่นใหม่ของวงการอันธพาล พร้อมด้วยเสียงวอยซ์โอเวอร์เล่าเรื่องแบบบุคคลที่หนึ่งที่เราไม่แน่ใจว่าเป็นใครกันแน่ พร้อมกับมีการตัดภาพมายังฉากสัมภาษณ์ของคนรุ่นก่อน ไป ๆ มา ๆ รวมทั้งการเล่าเรื่องของเรื่องนี้ที่จะเป็นหนังก็ไม่เชิง เป็นสารคดีก็ไม่ใช่ เป็นคลิปวีดีโอก็ไม่เชิง ประสานกับหนังช่วงแรกที่ทิศทางยังไม่แน่ชัดแล้วมันก็เลยทำให้ผู้ชมสับสนกันไปใหญ่

REVIEW: อันธพาล ทางเดินที่ผิดพลาด

อีกทั้งจุดน่าข้องใจของเรื่องนี้ก็คือการที่ในเรื่องมีฉากหลากฉายที่แทรกเข้ามาอย่างงงวย ประมาณได้ว่าโผล่เข้ามาและตัดฉับไปโดยที่หลายครั้งผู้ชมยากที่จะต่อเรื่องราวให้เข้ากันได้ รวมถึงการตัดฉากแบบแปลก ๆ ที่มีเยอะมาก ที่จริงแล้วมันไม่ใช่เรื่องที่ผิดหรอกหากเราต้องการที่จะเฟดดำหรือเฟดแดง เพียงแต่ว่าทำแล้วมันจะช่วยเพิ่มความต่อเนื่องของหนังหรือเพิ่มความติดขัดของหนังกันมากกว่า

และนั่นทำให้เวลาส่วนใหญ่ใน อันธพาล นั้นมีสภาพเหมือนกับหนังที่เอาฉากสวย ๆ มาเรียงต่อกัน รวมถึงการที่หนังเล่าเรื่องด้วยวิธีที่หลากหลายแบบเหลือเกินทำให้ไม่รู้ว่าหนังเรื่องนี้ต้องการที่จะวางตัวเป็นภาพยนตร์หรือสารคดี เพราะบางครั้งหนังก็เล่าเรื่องในมุมมองของบุคคลที่หนึ่ง บางครั้งก็เล่าเรื่องโดยบุคคลที่สาม ความติดขัดเช่นนี้จึงเป็นปัญหาทำให้ผู้ชมขาดอารมณ์ร่วมซึ่งเป็นควรจะเป็นสิ่งที่หนังให้ความสำคัญมากที่สุด

เอาจริง ๆ กว่าเราจะรู้ว่าหนังเรื่องนี้เล่าโดยที่มี จ๊อด เป็นจุดศูนย์กลางแล้วก็ปาเข้าไปช่วงท้ายเรื่อง แม้ว่าจะมีหลายฉากที่แสดงเรื่องราวของ จ๊อด เป็นพิเศษ แต่เราเองก็ไม่ได้รู้จักตัวละครนี้มากมายไปกว่าแค่เขาเป็นคนที่รักครอบครัว รักพวกพ้อง เป็นคนมีจิตใจอ่อนโยนเมตตากว่าที่เราคิดเท่าไหร่นัก

ส่วนที่ทำให้หนังเรื่องนี้ขาดอารมณ์ร่วมมากกว่าเดิมก็คือการที่หนังเรื่องนี้ไม่เน้นย้ำจุดสำคัญหรือจุดหักของเนื้อเรื่อง กลับกันคือมันเล่าเรื่องแบบซื่อตรงในรูปแบบสารคดีหรือบางครั้งก็จับให้ตัวละครเล่าเรื่องแล้วก็จบลง อาจจะเพราะจุดเปลี่ยนของเรื่องนี้มีเยอะไปและเมื่อมันเกิดเรื่องซ้ำ ๆ แล้วผู้สร้างจึงต้องเลือกเน้นย้ำในจุดที่สำคัญที่สุด

REVIEW: อันธพาล ทางเดินที่ผิดพลาด

สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดในอันธพาลก็คือการขาดวิธีการปูโครงเรื่องที่แข็งแรงตั้งแต่แรก รวมถึงการเล่าเรื่องด้วยด้วยหลากหลายวิธีจนเกินไป ทั้ง ๆ ที่หากมันใช้ได้อย่างถูกต้องแล้ว มันจะสร้างความไหลลื่นได้มากกว่านี้ จนเมื่อเข้ามาในช่วงท้ายเรื่องทุกอย่างที่กระจัดกระจายจึงค่อย ๆ รวมกันมาเป็นปึกแผ่น แต่มันก็ใช้เวลานานเกินไปเสียแล้วสหรับหนังความยาวประมาณสองชั่วโมง และในขณะที่ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ กลับรู้สึกว่าหากหนังเรื่องนี้ทำตัวเป็นสารคดีหรือสารคดีปลอม (mockumentary) ไปเลยน่าจะดีเสียกว่า เพราะยังไงหนังเองก็ดำเนินเรื่องอย่างหลวม ๆ โดยแทบจะไร้จุดหมาย จนเมื่อฉากสุดท้ายของเรื่องจบลงผู้ชมเองก็ได้รับรู้และเห็นถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่ไม่ได้สามารถจับต้องอะไรได้มากกว่านั้นนอกจากจะเราจะรู้แค่ว่านี่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอันธพาลในสมัยก่อน

พอลองสำรวจดูแล้วก็พบว่าหนังเรื่องนี้มีพลอตคร่าว ๆ อยู่หลายส่วน ทั้งเรื่องราวชีวิตจองจ็อด เรื่องราวของธงกับเปี๊ยก เรื่องราวของแกงค์เฮียหลอ เรื่องราวของเหล่าอันธพาลในยุคสมัยนั้น ความขัดแย้งที่กิดขึ้นและอื่น ๆ แต่ดูเหมือนว่าหนังจะค่อย ๆ หยิบมาเล่าทีละส่วนสองส่วน ทั้งที่ช่วงท้ายเรื่องหนังเองก็แสดงให้เราเห็นว่าหากนำมารวมกันแล้ว มันจะกลายเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่ทำให้หนังแข็งแกร่งและดำเนินต่อไปได้อย่างไร้เทียมทานเลยทีเดียว แต่ทว่าก็คงสายไปเสียแล้ว ในเมื่อพลอตของหนังเรื่องนี้แกว่งไปแกว่งมา ประเด็นของหนังเรื่องนี้ก็จึงแกว่งไปด้วย จนเราอดคิดไม่ได้ว่าสุดท้ายแล้วหนังเรื่องนี้จะต้องการบอกอะไรแก่เรากันแน่

REVIEW: อันธพาล ทางเดินที่ผิดพลาด

แต่ถึงกระนั้นแล้ว หนังเองก็มีจุดแข็งอันร้ายกาจทั้งด้านงานโปรดักชั่นที่สวยงาม ครบถ้วนด้วยรายละเอียด การจัดองค์ประกอบศิลป์ การถ่ายภาพที่สวยสดงดงาม ยังไม่นับการจัดองค์ประกอบภาพและการจัดแสงที่ละเมียดละไมน่าประทับใจ บวกทั้งความดิบเถื่อนของหนังที่กระตุ้นอารมณ์ได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่างานโปรดักชั่นของเรื่องนี้เป็นสิ่งที่น่าประทับใจที่สุดของหนังและถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด นี่ก็อาจจะเป็นภาพยนตร์ที่มีงานสร้างที่ดีที่สุดของปีนี้

ยังไม่นับถึงฝีไม้ลายมือของนักแสดงทุกคนที่นับได้ว่าชั้นยอดไม่ว่าจะเป็นหน้าเก่าหรือหน้าใหม่ที่สามารถสร้างคาแรคเตอร์และผยุงเรื่องราวเอาไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง ในตอนแรกเรานึกว่าบุคลิคของ น้อย กฤษฎา นั้นจะมีปัญหาในเวลาเล่นหนังเรื่องนี้ แต่กลับหาได้เป็นอย่างนั้นไม่ พอถึงเวลาจริง ๆ แล้วบุคลิคของน้อย กฤษฎานั้นกลับเข้ากับตัวละครอย่างจ๊อดได้อย่างน่าประทับใจ เราจึงเชื่ออย่างสนิทใจว่าตัวละครที่ชื่อจ๊อดเป็นยอดอันธพาลที่ก้าวร้าวดุดัน แต่ก็เป็นสุภาพบุรุษ เป็นคนที่มีจิตสำนึกผิดชอบชั่วดีมากกว่าที่เราเห็น รวมถึงรายละเอียดเชิงอรรถของเรื่องนี้ที่เก็บไว้อย่างครบถ้วนทั้งเรื่องราวของยุคสมัยและภาพลักษณ์ของเมืองไทยสมัยก่อนได้อย่างน่าประทับใจ

จนอดคิดไม่ได้ว่ามันน่าเสียดายไม่น้อยที่หนังเรื่องนี้พลาดไปแค่การเล่าเรื่องที่ไม่ประติดประต่อและบทภาพยนตร์ที่ไม่แข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว ทั้งที่วัตถุดิบองค์ประกอบหลายอย่างอยู่ในระดับที่เรียกว่าคุณภาพได้อย่างเต็มปาก เพียงแต่ว่าข้อด้อยที่หนังมีทั้งปวงกลับดึงรั้นไม่ให้หนังสามารถไปได้ไกลกว่าที่มันควรจะเป็น

สนับสนุน FilmZick.com ง่ายๆ ด้วยการบอกต่อเพื่อนๆ ของคุณผ่านทาง Social Network ที่คุณชื่นชอบ