โดย: nighty เมื่อ: Wednesday, April 25 2012 4:21 pm ในหมวด: Blogs,Reviews

เคยจินตนาการบ้างหรือเปล่า ถ้าหากมีคุกที่มีความปลอดภัยระดับสูงสุด ไม่มีทางที่นักโทษจะอาละวาด ไม่มีปัญหาการแหกคุก เพราะเนื่องจากมันเป็นคุกแช่แข็งกลางอวกาศ ทำให้เหล่านักโทษที่หลับไหลเหมือนจำศีล แต่กลับกัน หากคุณต้องเอาชีวิตรอดกลับมาท่ามกลางนักโทษหลายร้อยคนที่ตื่นขึ้นมาและบ้าคลั่งพร้อมอาละวาดในสถานที่ที่ไม่มีทางออกมันจะเป็นเช่นไร

LOCKOUT เป็นภาพยนตร์แอคชั่นอีกเรื่องที่มีเซตติ้งอยู่นอกโลก อำนวยการสร้างโดย ลุค แบซง ผู้สร้างหนังชาวฝรั่งเศส ถึงแม้จะขึ้นชื่อว่าอยู่นอกอวกาศ แต่งานสร้างของมันเองก็ไม่ได้สวยหรูหรือล้ำยุคล้ำสมัยจนน่าตะลึง เนื่องจากทุนสร้างที่ไม่ได้หรูหรามากนัก โดยรวมแล้วเรียกได้ว่ามันเป็นหนังที่มีฉากหลังเป็นเหมือนกับหนังแอคชั่นไซไฟเรื่องอื่นทั่วไป ที่วิทยาศาสตร์ไม่ใช่สิ่งสวยงามและอำนวยความสะดวก แต่เป็นอุปกรณ์ที่ซ่อนความชั่วร้ายเอาไว้เบื้องหลัง

ในหนังเรื่องนี้ก็เช่นกัน มันเล่าเรื่องของของ สโนว์ เจ้าหน้าที่จอมขบถที่ถูกป้ายความผิดจนต้องโดนกักขังไว้บนคุกอวกาศโดยไม่มีอุทรณ์ แต่ก็มีโอกาสหนึ่งคือเขาต้องช่วย เอมิลี่ ลูกสาวของประธานาธิปดีที่ขึ้นไปตรวจสอบว่าคุกอวกาศแห่งนี้ ลิดรอนสิทธิและการแช่แข็งมีผลกระทบต่อร่างกายของนักโทษรวมถึงมีการใช้นักโทษเป็นเหยื่อทดลองจริงหรือไม่

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่โอบอุ้มชูหนังทั้งเรื่องเอาไว้หาใช่ฉากแอคชั่นแต่อย่างใด แต่คือนักแสดงนำทั้งสองคน แม้ว่าในช่วงแรกปฏิสัมพันธ์และเคมีของทั้งคู่นั้นออกจะประดักประเดิกไปเสียหน่อย แต่พอเวลาในเรื่องผ่านไปแล้ว ทุกอย่างก็เริ่มเข้าที่เข้าทางและมีปฏิสัมพันธ์ที่น่าสนใจมากขึ้น

REVIEW: LOCKOUT หนีตาย คุกอนาคต

แม้ว่าหนังเรื่องนี้จะเปิดเรื่องมาดูเหมือนจะเทน้ำหนักของเรื่องไปทางสโนว์มากกว่าและเอมิลี่ก็คงไม่พ้นหญิงสาวลูกคุณหนูที่มีหน้าที่คอยให้พระเอกของเราช่วยเหลือเพียงอย่างเดียว แต่แท้ที่จริงแล้วน้ำหนักของเรื่องก็มาอยู่ที่เอมิลี่ไม่แพ้กัน หนังให้เวลาตั้งแต่ที่เธอขึ้นมายังคุกอวกาศแห่งนี้ แสดงวิสัยทัศน์ ทัศนคติ และเป้าหมายของการมาที่นี่เพ่อต้องการที่จะสร้างความเท่าเทียมที่แท้จริงให้เกิดขึ้น

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเอมิลี่มายังสถานที่แห่งนี้ด้วยจิตใจที่ใสซื่อบริสุทธิ์ตามประสาของลูกสาวประธานาธิปดีทั่วไปโดยเฉพาะเป็นประธานาธิปดีอเมริกา ดินแดนแห่งเสรีภาพที่เธอคิดว่าโลกใบนี้ความเท่าเทียมและยุติธรรมจะต้องเกิดขึ้นจริงได้อย่างแน่แท้ แต่ก็ดูเหมือนว่าพอเธอก้าวเข้ามาพัวพันกับเหตุการณ์แหกคุกอวกาศแห่งนี้ก็ทำให้มุมมองของเธอที่มีต่อโลกเปลี่ยนไป แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เธอมองโลกนี้ว่าเป็นโลกที่เลวทราม แต่เป็นการมองโลกในแง่แห่งความเป็นจริงมากขึ้น

REVIEW: LOCKOUT หนีตาย คุกอนาคต

สโนว์พูดเอาไว้ในเรื่องว่า คนเราจะเปิดเผยธาตุแท้ของตนเองเมื่อถึงคราวคับขัน แต่คำพูดนี้ไม่ได้มีเอาไว้ใช้แค่กับคนเท่านั้น แต่รวมถึงโครงการคุกอวกาศแห่งนี้เช่นกัน ภายใต้ความสวยหรูของโครงการที่บรรยายไว้ดิบดีว่ามันเป็นโครงการที่รักษาสิทธิมนุษยชนของนักโทษดีเยี่ยม เป็นโครงการในฝันที่มีประโยชน์ต่อมนุษยชาติแต่แท้ที่จริงมันซ่อนความเน่าเฟะเอาไว้ภายในความสวยหรู และเช่นเดียวกับสโนว์ ชายที่มีพฤติกรรมกริยาที่เน่าเฟะไม่แพ้กัน เป็นคนหยาบช้าที่แม้แต่คนดูยังรังเกียจ หยาบโลนกับผู้หญิงจนไม่น่าให้อภัย แต่สถานการณ์ขับคับเช่นนี้แล้ว สิ่งที่อยู่ภายใต้ภาพลักษณ์แบบนั้นคืออะไร

การที่เอมิลี่โดนจับแปลงโฉมแล้วย้อมด้วย “สิ่งโสมม” ก็คงไม่ต่างอะไรจากการทำลายตัวตนเก่า ๆ ที่ใสซื่อบริสทธิ์และเตรียมรับมือรับสภาพกับความเป็นจริงที่รุนแรงยิ่งกว่าโดนต่อยเสียอีก

แต่หนังเองก็ไม่ได้ความสำคัญอะไรกับตรงจุดนี้มากมายนัก ถึงแม้ว่ามันจะพูดถึงควายุติธรรม อยุติธรรมต่อมนุษย์อีกในช่วงท้ายเรื่อง แต่เนื่องจากมันไม่ได้เล่าให้ลึกพอจึงทำให้มันดูเป็นประเด็นที่อยู่ดี ๆ ก็ลอยขึ้นมาเสียอย่างนั้น เพราะที่จริงหนังมีพล็อตย่อยอีกอย่างก็คือการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของสโนว์ แต่เนื่องจากพล็อตหลักอย่างการช่วยเหลือเอมิลี่ได้เสร็จอนสิ้นก่อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะพล็อตย่อยนั้นเกิดขึ้นบนโลก แต่พล็อตหลักเกิดขึ้นกลางอวกาศ ดังนั้นพอหนังทำการปิดฉากพล็อตย่อยในเรื่องจึงค่อนข้างเป็นอะไรที่ดูประหลาดไปเสียหน่อย

REVIEW: LOCKOUT หนีตาย คุกอนาคต

อีกส่วนที่น่าเสียดายคือตัวร้ายในเรื่องนี้เองก็ไร้เสน่ห์และความน่าเกรงขราม แม้คาแรคเตอร์จะค่อนข้างชัดแต่ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น รวมอีกทั้งการที่มีตัวร้ายเด่นสองตัว แต่อีกคนคาแรคเตอร์เด่นน้อยกว่าอีกคนก็ทำให้ทุกอย่างมันดูไม่เข้าที่เข้าทาง และยิ่งไปกว่านั้นบทของตัวร้ายในช่วงหลังก็ลดทอนผิดเพี้ยนไปเรื่อย ๆ จนสิ้นสุดในความทรงจำของคนดูในภาพลักษณ์ที่ไม่ต่างอะไรจากตัวประกอบทั่วไป

ในเรื่องนี้ไม่มีฉากแอคชั่นอะไรที่น่าจดจำได้มากนัก อันที่จริงเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเรียกได้เต็มปากว่าเป็นหนังแอคชั่นจริงหรือเปล่า เพราะนอกจากช่วงแรกของหนังที่เป็นฉากแอคชั่นเต็ม ๆ หลังจากช่วงนั้นก็ไม่ได้มีอะไรที่พิเศษหรือน่าสนใจมากนัก แต่ถึงกระนั้นหนังเองก็มีอารมณ์ของความระทึกขวัญ เพราะฉากหลังของเรื่องนอกจากจะเป็นสถานที่ที่ไม่มีทางออกให้ง่าย ๆ แล้วหนังยังค่อย ๆ ตัดทางเลือกและตัวช่วยไปทีละอย่างสองอย่างเพื่อสร้างความกดดันแบบง่าย ๆ ให้เพิ่มมากขึ้น

เอาจริง ๆ แล้ว ด้วยเทคโนโลยีกราฟฟิคในยุคปัจจุปันนี้ ทำให้หนังเรื่องนี้มีคุณภาพที่เหนือกว่าหนังแอคชั่นในสมัยก่อนอยู่หน่อย แต่กลิ่นอาย อารมณ์ บรรยากาศ ก็ไม่ได้ผิดแปลกอะไรไปจากเดิมนัก แต่ท่ามกลางเนื้อหาบ้าน ๆ พอดูได้เพลิน ๆ แล้ว ความสัมพันธ์ของตัวละครหลักทั้งสองก็เป็นอะไรที่ทำให้หนังเรื่องนี้น่าสนใจมากขึ้นทีเดียว

สนับสนุน FilmZick.com ง่ายๆ ด้วยการบอกต่อเพื่อนๆ ของคุณผ่านทาง Social Network ที่คุณชื่นชอบ
คีย์เวิร์ด: