โดย: nighty เมื่อ: Wednesday, January 18 2012 11:18 pm ในหมวด: Blogs,Reviews

ตอนที่เห็นโปรเจคท์นี้ครั้งแรกรวมถึงตอนเผยโฉมก็คิดในใจว่าจะดีเร้อ เพราะยอมรับว่าเป็นคนที่เกิดมาในยุค X-men ที่มีไซคลอปส์ วูลฟ์เวอร์รีน หรือตัวละครอื่น ๆ และคนที่รู้จัก X-men ครั้งแรกในรูปแบบของวีดีโอเกมส์ ดังนั้นการที่ได้เห็นเหล่าลุง ๆ มาเดินเฉิดฉายบนโปสเตอร์พร้อมตัวละครที่ไม่คุ้นหน้ามาเรียงกันก็ไม่ค่อยมีความรู้สึกที่อยากดูเท่าไหร่

รวมถึงภาค spin-off อย่าง Origin of Wolverine ที่ออกมาก่อนหน้านี้ก็เรียกได้ว่าไม่สามารถกู้คืนความเชื่อมั่นในซีรี่ยส์ชุดนี้ที่เสียไปกับภาค Last Stand ได้เลย ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นคือความหวั่นใจว่าหนังรีบู้ทเรื่องนี้จะไปรอดได้แน่หรือ

แต่ในเมื่อนับจากเวลาที่หนังเริ่มฉาย เสียงชื่นชมก็ไหลมาเทมา แน่นอนว่าส่วนหนึ่งก็ต้องมีการชมเกินจริงบ้าง แต่เสียงส่วนใหญ่ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นจึงน่าพิสูจน์ว่านี่จะเป็นหนัง X-men ที่แค่เอาชื่อโปะขายหรือจะเป็นการกลับมาอีกครั้งของซีรี่ยส์นี้อย่างเปี่ยมคุณภาพกันแน่

X-men First Class ย้อนเล่าเรื่องตั้งแต่เหล่ามนุษย์กลายพันธ์ยุคแรก ๆ ทั้งซาร์เวียร์สและอีริค ที่ต่างคนต่างก็มีเส้นทางการดำเนินชีวิตแตกต่างกันไป ถ้าให้เปรียบ ซาร์เวียร์สก็เหมือนกับคุณหนูชนชั้นกลาง เขาอาจจะมีความคิดที่ออกแนวอุดมคตินิยม ในขณะที่อีริคเป็นชนชั้นที่โดนเหยียด เป็นชนชั้นที่คนไม่ต้องการ ต้องทนทุกข์ทรมานเพราะความแปลกแยก และไม่ต้องพูดถึงเรเวนหรือมิสทีค ที่ปกปิดตัวตนที่แท้จริงของตนเองเอาไว้ตลอดเวลา

เดิมทีประเด็นของความแปลกแยกและแตกต่างก็เป็นประเด็นหลักของซีรี่ยส์ X-men อยู่แล้ว และคงจะไม่แปลกถ้าหากว่าครั้งนี้เฟิร์สคลาสจะจับประเด็นนี้เล่าอีกครั้ง แต่ว่าไม่ใช่การเอาของเก่ามาหากินใหม่ เพราะมันถูกเล่าด้วยมุมมองที่แตกต่างกันออกไป และนั่นทำให้สารสาระในเรื่องนั้นไม่ซ้ำจำเจเหมือนกับที่ภาคเก่าเคยพูดถึง

“พวกเราต่างแตกแยกและต้องการรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน” นี่คงไม่ใช่สารที่ผิดแปลกไปจากเรื่องนัก ในเฟิร์สคลาสนั้นพูดถึงเสมอในเรื่องของความแตกต่าง เราสังเกตุได้ว่าชาร์เวียร์สมักพูดอยู่เสมอว่ามนุษย์ทุกคนนั้นล้วนต่างก็แปลกแยก เพราะแต่ละคนต่างก็มียีนส์ที่แตกต่างกันไป แต่ถึงกระนั้นมนุษย์ทุกคนต่างก็มีจุดกำเนิดมาจากต้นตอสายพันธ์เดียวกัน และทั้ง ๆ ที่พวกเราต่างก็แปลกแยกจากผู้อื่นเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำไมถึงไม่อาจจะยอมรับถึงความเปลี่ยนแปลงนี้

แต่ถึงอย่างนั้น ตัวของซาร์เวียร์สไม่ได้มีความแปลกประหลาดหรือผิดปกติใด ๆ แสดงออกมาให้คนทั่วไปได้เห็น ดูจากภายนอกแล้วเขาก็เหมือนคนปกติทั่ว ๆ ไป ไม่มีเหตุผลที่จะต้องหลบซ่อน ซึ่งหากเทียบกับเรเวน (มีสทีค) แล้ว ผู้ที่เป็นหนึ่งในคนที่ต้องหลบซ่อนจากผู้อื่นทั้งชีวิตคงไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้แน่นอน

ส่วนทางด้านของอีริคนั้นกลับต้องเผชิญความเจ็บปวดของความแปลกแยก เขาและครอบครัวโดนจับส่งค่ายกักกันยิว โดนทดลอง คนอันเป็นที่รักถูกทำลายด้วยสารระบบของสงคราม เขาเข้าใจถึงความเจ็บปวดของความแปลกแยกดี เพราะมันเป็นเรื่องที่ทรมานและฝังลึก ดังนั้นเขาจึงอาจจะมองความทุกข์ทรมานของเรเวนออก บุคคลที่แตกต่างในหมู่คนที่แตกต่าง จะมีใครบ้างหรือที่ยอมรับตัวตนที่แท้จริงจริง ๆ

อย่างไรก็ตามเราอาจจะมองว่าชาร์เวียร์สกับอีริคแตกต่างกันราวกับคนละขั้ว ทั้งบุคลิคและแนวความคิด แต่ก็ราวกับว่ามีสิ่งหนึ่งที่สามารถเชื่อมโยงพวกเขาสองคนเอาไว้ด้วยกันได้ สิ่งนั้นอาจจะเป็น ความโดดเดี่ยว

ในขณะเราเห็นได้ชัดว่าอีริคนั้นมีความผูกพันกับแม่แต่ต้องโดนพรากจากไป ส่วนชาร์เวียร์สนั้นก็ห่างเหินกับผู้เป็นแม่อย่างสิ้นเชิง นี่อาจจะเป็นจุดเล็ก ๆ ที่ทำให้คนสองคนนี้ต่อกันติดโดยไม่ใช่เหตุผลแค่ว่าพวกเขานั้นเป็นคนที่มีวัยไล่เลี่ยกัน

ในขณะที่หนังนั้นได้ดำเนินเรื่องไปตามโครงเรื่องหลัก มันก็ได้พัฒนาความสัมพันธ์ของตัวละครไปพร้อม ๆ กัน หลัก ๆ นั้นคือชาร์เวียร์สกับอีริค และ เรเวนกับแฮงค์

คู่แรกเราอาจจะไม่ต้องพูดถึงกันอีกแล้ว แต่คู่ของเรเวนกับแฮงค์เป็นอะไรที่น่าสนใจ ทั้งสองคนมีความแตกต่างทางด้านกายภาพเหมือนกัน ซึ่งต่างจากมนุษย์กลายพันธ์คนอื่นที่ภายนอกดูปกติ เริ่มแรกพวกเขาเหมือนจะเข้าใจกันและพยายามหาหนทางต้องการที่จะกลับมาสู่ปกติ แต่ลึก ๆ แล้วทั้งสองนั้นคิดต่างกันเรเวนนั้นยังมีความภาคภูมิใจในตนเองอยู่บ้าง แต่สำหรับแฮงค์นั้นคงเป็นเพราะบุคลิคและลักษณะนิสัยส่วนตัวทำให้เขาคิดว่าตัวเองนั้นต้อยต่ำตลอดเวลา

เราไม่รู้เหมือนกันว่านี่เป็นกระจกสะท้อนเล็ก ๆ ของชาร์เวียร์สกับอีริคหรือเปล่า เพราะไม่ว่าจะเหมือนกันแค่ไหนแต่ความแตกต่างก็คือความแตกต่าง

เฟิร์สคลาสค่อนข้างจะแตกต่างจากหนังซุปเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่น เริ่มเรื่องมากมันไม่ได้ปูฉากแอคชั่นให้เราเลย ที่เราเห็นคือข้อมูลและเนื้อเรื่องหลักที่ปูเรียงกันให้เราเพื่อสร้างโครงเรื่องอันแข็งแรง ฉากทุกฉากได้มีการใส่โดยแทบที่จะไม่ต้องเสียเวลา แต่ตัวหนังก็ไม่ลืมที่จะใส่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ มากมายเอาไว้ในเรื่องด้วยซึ่งถือว่าเป็นเสน่ห์ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

มันอาจจะดูเหมือนกระจัดกระจาย แต่ความจริงแล้วประเด็นความแปลกแยกในความแปลกแยกได้กระจายเข้าไปในทุกหย่อมของเรื่อง นอกจากเรื่องมิวแทนท์กับคนธรรมดาแล้ว ยังสามารถแบ่งได้เป็นความแปลกแยกระหว่างคนธรรมดากับคนธรรมดาหรือมิวแทนท์กับมิวแทนท์ได้อีก ใช่แล้ว มันเจ็บปวดถ้าเราโดนเหยียดโดนดูถูกจากคนอื่นเพราะเราไม่เหมือนเขา แต่มันคงจะเจ็บปวดที่สุดหากเราโดนเหยียดและดูถูกจากคนที่มีสถานภาพเหมือนเรา เพียงแค่ว่าเราต่างจากเขาเพียงหน่อยเดียว

เฟิร์สคลาสมีฉากดี ๆ หลายฉาก มันเป็นฉากที่แสดงความรู้สึกและความผูกพันของตัวละครหลักทั้งสอง เรามองเห็นได้ว่าในความแปลกแยกนั้นยังมีความโดดเดี่ยว ในความโดดเดี่ยวนั้นยังมีความผูกพัน ถึงแม้ว่าชาร์เวียร์สและอีริคจะแตกต่างกัน แนวคิดไม่ตรงกัน แต่คนทั้งคู่ต่างเป็นคนที่เข้าใจกันดีที่สุด เข้าใจกันดีจนบางครั้งอยากที่จะปฏิเสธ มันคงเป็นเรื่องที่แสนเจ็บปวดหากคนที่เข้าใจเราดีที่สุดกลับไม่สามารถเดินร่วมทางไปกับเราได้

โดยส่วนตัวแล้ว สำหรับความประทับใจครั้งแรกยังไม่อาจเทียบกับตอนที่ดู X2 จบได้ มันจะเป็นเรื่องลำเอียงในแง่ของความประทับใจ แต่โดยส่วนตัวแล้ว X2 มีการแบ่งน้ำหนักของบทได้อย่างลงตัวและแบ่งบทบาทของตัวละครได้อย่างพอดี

อย่างไรก็ตาม เฟิร์สคลาสก็ไม่อาจจะสามารถปฏิเสธความเป็นหนังฮอลีวู้ดของมันไปได้ แต่ก็ถือว่าไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก แต่สิ่งที่น่าเสียดายคือบางส่วนของมันโดนสร้างขึ้นเพื่อเหตุผลการตลาดอย่างโจ่งแจ้ง ด้วยการปล่อยจุดเพื่อที่จะให้คนดูรู้สึกว่าต้องรอภาคต่อตลอดเวลา

ถึงแม้ว่าเฟิร์สคลาสจะทำหน้าที่ของหนังที่เปี่ยมด้วยคุณค่าในตัวเองได้ในระดับหนึ่งแล้วก็ตาม แต่มันก็คงน่าเศร้าที่หนังแนวนี้สามารถที่จะปิดเรื่องและสมบูรณ์ได้ในตัวของมันเอง

สนับสนุน FilmZick.com ง่ายๆ ด้วยการบอกต่อเพื่อนๆ ของคุณผ่านทาง Social Network ที่คุณชื่นชอบ
คีย์เวิร์ด: